แมวมือใหม่สุขภาพ

สาเหตุที่แมวเป็นโรคไต จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร?

โรคไตแมวเกิดจากอะไร แยกสาเหตุไตเฉียบพลันและเรื้อรัง พร้อมคลายความเชื่อเรื่องอาหารเม็ด โปรตีน ความเค็ม น้ำ และสัญญาณที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์

โดย ทีมงานน้อนหมาน้อนแมวเผยแพร่ 27 กันยายน 2569
15 นาทีในการอ่าน
ภาพประกอบบทความ สาเหตุที่แมวเป็นโรคไต จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร?

โรคไตแมวเกิดจากอะไร แยกสาเหตุไตเฉียบพลันและเรื้อรัง พร้อมคลายความเชื่อเรื่องอาหารเม็ด โปรตีน ความเค็ม น้ำ และสัญญาณที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์

พอหมอบอกว่า “น้องเป็นโรคไต” หลายบ้านจะย้อนถามตัวเองทันทีว่า เป็นเพราะให้อาหารเม็ดมานานไปไหม ขนมเค็มไปหรือเปล่า หรือเราให้น้องดื่มน้ำน้อยเกินไป ความจริงคือ โรคไตในแมวส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเพียงมื้อเดียว และหลายเคสหาต้นเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังในแมวสูงวัย

คำว่า “โรคไต” ยังครอบคลุมอย่างน้อย 2 ภาวะที่ต่างกัน คือ ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (AKI) ซึ่งเกิดขึ้นรวดเร็วจากสารพิษ การขาดเลือด การอุดตัน หรือการเจ็บป่วยรุนแรง และ โรคไตเรื้อรัง (CKD) ซึ่งหน่วยไตเสียหายต่อเนื่องเป็นเดือนหรือเป็นปี บทความนี้จะช่วยแยกว่าอะไรคือสาเหตุจริง อะไรเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยง และความเชื่อเรื่องอาหารข้อไหนยังสรุปไม่ได้ครับ

ถ้าน้องไม่ปัสสาวะ เบ่งฉี่แล้วไม่ออก ซึม อาเจียนหลังแทะดอกลิลลี่ หรืออาจกินยา/สารเคมีเข้าไป ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที อย่ารออ่านอาการต่อ เพราะการอุดตันและสารพิษบางชนิดทำให้ไตเสียหายรุนแรงได้ภายในเวลาไม่นาน

ตอบสั้น ๆ: แมวเป็นโรคไตเกิดจากอะไร

ถ้าเป็น โรคไตเรื้อรัง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติคือความเสียหายของไตที่สะสมตามวัย โดยไม่สามารถชี้ตัวการเดียวได้ นอกจากนี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติแต่กำเนิดหรือพันธุกรรม โรคของตัวไต การติดเชื้อ เนื้องอก การอุดตันทางเดินปัสสาวะ หรือผลตกค้างหลังเคยเกิดไตบาดเจ็บเฉียบพลัน

ถ้าเป็น ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน มักมีเหตุชัดกว่า เช่น กินดอกลิลลี่ สารป้องกันการแข็งตัวของหม้อน้ำ ยาคนบางชนิด ได้รับยาที่มีผลต่อไตโดยไม่เหมาะสม ขาดน้ำหรือความดันตกอย่างรุนแรง ติดเชื้อรุนแรง หรือปัสสาวะอุดตัน ภาวะเฉียบพลันบางรายฟื้นตัวได้ถ้ารักษาเร็ว แต่บางรายเหลือความเสียหายและพัฒนาเป็นโรคไตเรื้อรังในภายหลัง

ก่อนหาสาเหตุ ต้องแยก AKI กับ CKD

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

จุดเปรียบเทียบ ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (AKI) โรคไตเรื้อรัง (CKD)
ช่วงเวลาที่เกิด ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน สะสมเป็นเดือนหรือหลายปี
ตัวอย่างสาเหตุ สารพิษ ยาบางชนิด ช็อก ขาดน้ำรุนแรง การอุดตัน การติดเชื้อ การเสื่อมตามวัย โรคไตเดิม พันธุกรรม ความเสียหายหลัง AKI หรือไม่พบสาเหตุชัด
อาการที่พบได้ ซึมเฉียบพลัน อาเจียน ไม่กิน ปัสสาวะน้อยหรือไม่ออก ดื่มน้ำและฉี่มากขึ้น น้ำหนักลด กินน้อย คลื่นไส้ ค่อย ๆ ซึมลง
โอกาสฟื้น บางส่วนอาจฟื้นได้ถ้าหยุดเหตุและรักษาเร็ว หน่วยไตที่เสียแล้วไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ควบคุมโรคและชะลอความรุนแรงได้

แมวหนึ่งตัวอาจมีทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ เช่น เป็น CKD อยู่เดิมแล้วขาดน้ำหรือได้รับสารพิษจนเกิด “ไตเฉียบพลันซ้อนเรื้อรัง” ดังนั้นผลเลือดสูงครั้งเดียวไม่ได้บอกสาเหตุทั้งหมด หมอต้องดูประวัติ ตรวจปัสสาวะ ความดัน ภาพอัลตราซาวนด์ และแนวโน้มผลตรวจร่วมกัน

7 สาเหตุและกลไกที่ทำให้แมวเป็นโรคไต

1. อายุและความเสียหายที่สะสมโดยหาตัวการเดียวไม่ได้

อายุเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดที่สุดของ CKD ในแมว เมื่อหน่วยไตค่อย ๆ สูญเสียไป ส่วนที่เหลือจะทำงานชดเชยได้พักใหญ่ น้องจึงอาจยังดูปกติในระยะแรก และเริ่มมีอาการเมื่อความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นลดลงแล้ว สิ่งสำคัญคือ “พบมากในแมวแก่” ไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องปกติที่ปล่อยไว้ได้ แต่หมายถึงควรตรวจคัดกรองถี่ขึ้น

ในแมว CKD จำนวนมาก สัตวแพทย์ระบุได้เพียงรูปแบบความเสียหายเรื้อรัง ไม่สามารถย้อนกลับไปชี้ว่าเกิดจากอาหารมื้อใดหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เจ้าของจึงไม่ควรโทษตัวเองจากข้อสันนิษฐานที่พิสูจน์ไม่ได้

2. ความผิดปกติแต่กำเนิดและพันธุกรรม

แมวบางตัวเกิดมาพร้อมโครงสร้างไตผิดปกติหรือมียีนที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น โรคถุงน้ำในไต (polycystic kidney disease: PKD) ซึ่งพบสัมพันธ์กับแมวเปอร์เซียและสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง ถุงน้ำจะขยายและเบียดเนื้อไตทีละน้อย นอกจากนี้ยังมีภาวะอะไมลอยด์สะสมในไตที่พบได้มากกว่าปกติในบางสายพันธุ์ เช่น Abyssinian และสายตะวันออก แต่เป็นโรคที่พบไม่บ่อย

การมีสายพันธุ์เสี่ยงไม่ได้แปลว่าจะป่วยทุกตัว หากกำลังเลือกพ่อแม่พันธุ์ ควรถามผลตรวจโรคทางพันธุกรรมและประวัติสุขภาพของสายเลือด ส่วนแมวที่เลี้ยงอยู่แล้วอาจคุยกับสัตวแพทย์เรื่องช่วงอายุเริ่มตรวจเลือด ปัสสาวะ และอัลตราซาวนด์

3. ไตบาดเจ็บเฉียบพลันมาก่อน

หลังผ่าน AKI ค่าเลือดของแมวอาจดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหน่วยไตฟื้นครบทั้งหมด ความเสียหายที่เหลือสามารถกลายเป็นจุดเริ่มของ CKD ได้ สาเหตุเดิมอาจเป็นภาวะช็อก ขาดน้ำรุนแรง การดมยาสลบที่มีความดันต่ำ การติดเชื้อ สารพิษ หรือการอุดตัน

ถ้าน้องเคยนอนโรงพยาบาลเพราะไตเฉียบพลัน ควรนัดติดตามตามกำหนดแม้กลับมากินและเล่นได้แล้ว การดู “แนวโน้ม” ของผลเลือดและปัสสาวะมีประโยชน์กว่ารอจนกลับมาแสดงอาการ

4. สารพิษและยาที่ทำลายไต

ตัวอย่างที่ต้องจำให้แม่นที่สุดคือ ลิลลี่แท้ในกลุ่ม Lilium และ Hemerocallis แมวอาจเกิดไตวายรุนแรงจากการกัดใบ ดอก เกสรติดขนแล้วเลีย หรือดื่มน้ำในแจกัน ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อันตราย จึงไม่ควรมีดอกไม้กลุ่มนี้ในบ้านที่เลี้ยงแมว

สารป้องกันการแข็งตัวของหม้อน้ำที่มี ethylene glycol ยาแก้ปวดของคนบางชนิด และยาสัตวแพทย์บางกลุ่มเมื่อใช้ผิดขนาดหรือในสัตว์ที่ขาดน้ำก็ทำร้ายไตได้เช่นกัน อย่าให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ หรือสมุนไพรของคนแก่น้องเอง หากสงสัยว่าเลียหรือกินเข้าไป ให้ถ่ายรูปฉลาก เก็บบรรจุภัณฑ์ และโทรหาโรงพยาบาลสัตว์ทันที ไม่ควรทำให้อาเจียนเองจนกว่าจะได้รับคำแนะนำ

5. เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ

ไตต้องพึ่งการไหลเวียนเลือดตลอดเวลา ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ความดันต่ำ ช็อก เสียเลือด ฮีตสโตรก หรือโรครุนแรงที่ทำให้การไหลเวียนล้มเหลว จึงทำให้ไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้ การที่แมวดื่มน้ำน้อยตามนิสัยไม่ได้เท่ากับเกิดไตวายทันที แต่ถ้ามีอาเจียน ท้องเสีย ไข้ ไม่กิน หรือเสียของเหลวร่วมด้วย ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

6. การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ

เมื่อน้ำปัสสาวะออกไม่ได้ แรงดันและของเสียจะสะสมจนกระทบไต โดยเฉพาะแมวตัวผู้ที่มีท่อปัสสาวะแคบ อาการเตือนคือเข้ากระบะบ่อย เบ่ง ร้อง เลียอวัยวะเพศ มีปัสสาวะเพียงหยดหรือไม่มีเลย ท้องเจ็บ อาเจียน หรือซึม นี่เป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่อาการที่รอดูข้ามคืน

นิ่วหรือการอุดตันที่เกิดสูงขึ้นไปบริเวณท่อไตก็ทำให้ไตเสียหายได้ และอาจไม่มีอาการเบ่งฉี่แบบท่อปัสสาวะอุดตัน จึงต้องใช้ภาพถ่ายรังสีหรืออัลตราซาวนด์ช่วยวินิจฉัยในบางราย

7. โรคของตัวไต การอักเสบ การติดเชื้อ และเนื้องอก

กรวยไตอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย โรคที่ทำลายหน่วยกรองไต ภูมิคุ้มกันผิดปกติ นิ่วในไต และมะเร็งบางชนิด ล้วนทำให้การทำงานของไตลดลงได้ บางภาวะรักษาที่สาเหตุได้ จึงไม่ควรสรุปจากคำว่า “ค่าไตสูง” แล้วซื้ออาหารโรคไตมาให้อย่างเดียว

อาหารเม็ด โปรตีน ความเค็ม และน้ำน้อย ทำให้ไตพังจริงไหม

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

ความเชื่อ ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ ทำอย่างไรดี
กินอาหารเม็ดแล้วเป็นโรคไต ยังไม่มีหลักฐานว่ารูปแบบ “เม็ด” เพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของ CKD ในแมวสุขภาพดี อาหารเปียกมีน้ำมากกว่า แต่อาหารทั้งสองแบบอาจเป็นอาหารครบถ้วนสมดุลได้ มีน้ำสะอาดหลายจุด สังเกตปริมาณฉี่ และเพิ่มอาหารเปียกได้ถ้าเหมาะกับสุขภาพและงบ
โปรตีนสูงทำให้ไตทำงานหนักจนพัง ไม่ควรเหมารวมว่าโปรตีนทำให้ไตปกติเสื่อม งานวิจัยต้องแยกแมวสุขภาพดีออกจากแมวที่เป็น CKD แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายโภชนาการต่างกัน แมวสุขภาพดีควรกินอาหารครบถ้วนตามวัย ส่วนแมว CKD ให้หมอเลือกสูตรและระดับโปรตีน/ฟอสฟอรัสตามระยะ
อาหารเค็มคือสาเหตุหลัก คำว่า “เค็ม” จากรสที่คนรับรู้ไม่ได้บอกปริมาณโซเดียมหรือความเหมาะสม และไม่อธิบาย CKD ส่วนใหญ่ได้ อย่าเติมเกลือหรือให้อาหารคนเป็นประจำ เลือกอาหารหลักที่ครบถ้วน และไม่เปลี่ยนเป็นสูตรรักษาโรคเอง
ดื่มน้ำน้อยจึงเป็นโรคไต น้ำมีผลต่อภาวะขาดน้ำและสุขภาพทางเดินปัสสาวะ แต่การดื่มน้อยอย่างเดียวไม่ใช่คำอธิบายของ CKD ทุกเคส ที่สำคัญคือแมว CKD มักดื่มมากขึ้นเพราะไตทำปัสสาวะเข้มข้นไม่ได้ ดูน้ำรวมจากทั้งชามและอาหาร อย่าจำกัดน้ำ หากดื่มหรือฉี่เพิ่มผิดปกติให้ตรวจสุขภาพ
ขนมแมวเลียทำให้ไตพัง ขนมหนึ่งชนิดไม่ใช่ต้นเหตุที่พิสูจน์ได้ของ CKD แต่ให้มากจนแทนอาหารหลักอาจทำให้โภชนาการไม่สมดุล และบางสูตรไม่เหมาะกับแมวที่มีโรคประจำตัว ให้ในปริมาณพอดี อ่านฉลาก และถ้าเป็น CKD ให้ถามหมอว่าขนมชนิดใดเข้ากับแผนอาหาร

ประเด็นอาหารที่มีหลักฐานน่าจับตามากกว่าคำว่าเม็ดหรือเปียกคือ ปริมาณและรูปแบบของฟอสฟอรัส งานทบทวนล่าสุดรายงานว่าอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง โดยเฉพาะรูปแบบที่ดูดซึมง่ายและมีสัดส่วนแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสต่ำ อาจกระทบไตของแมวโตสุขภาพดีได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของไม่สามารถประเมินเรื่องนี้ด้วยรสชาติหรือดูเพียงเลขโปรตีนหน้าถุง ควรเลือกอาหารหลักที่ระบุว่าเป็นอาหารครบถ้วนและสมดุลสำหรับช่วงวัย และไม่ผสมสูตรเองโดยไม่มีนักโภชนาการสัตวแพทย์

สำหรับแมวที่ได้รับการวินิจฉัย CKD แล้ว การจำกัดฟอสฟอรัสเป็นส่วนสำคัญของอาหารโรคไต และอาจมีการปรับโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม และพลังงานร่วมกันตามสูตร การเลือกจึงไม่ใช่แค่หาอาหารที่ “โปรตีนต่ำที่สุด” หากหมอแนะนำแบรนด์นี้ สามารถอ่านต่อที่ คู่มือแยกสูตร Royal Canin Renal สำหรับแมว ได้ แต่ไม่ควรเริ่มอาหารรักษาโรคก่อนตรวจวินิจฉัย

ใครมีความเสี่ยงมากขึ้น

  • แมวสูงวัย: ความเสี่ยง CKD เพิ่มตามอายุ จึงควรตรวจสุขภาพสม่ำเสมอแม้ยังดูแข็งแรง
  • แมวสายพันธุ์ที่มีโรคทางพันธุกรรม: เช่น เปอร์เซียและสายที่เกี่ยวข้องกับ PKD
  • แมวที่เคยมี AKI หรือปัสสาวะอุดตัน: ควรมีแผนติดตามไตหลังเหตุการณ์
  • แมวที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ความดันสูง หรือโรคระบบอื่น: อาจมีความสัมพันธ์กับการดำเนินของโรคและต้องดูแลร่วมกัน
  • แมวที่ได้รับยาซึ่งมีผลต่อไต: ต้องตรวจเลือด/ปัสสาวะตามที่สัตวแพทย์กำหนด ไม่ควรหยุดยาหรือปรับยาเอง

ปัจจัยเสี่ยงไม่ใช่คำตัดสินว่าแมวจะต้องเป็นโรค และการไม่มีปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เป็น การตรวจคัดกรองจึงยังสำคัญ

อาการแบบไหนควรสงสัยโรคไต

CKD ระยะแรกอาจไม่มีอาการชัด เมื่อโรคมากขึ้นจึงพบว่า:

  • ดื่มน้ำและปัสสาวะมากกว่าปกติ
  • น้ำหนักลด กล้ามเนื้อลด ขนไม่เงา
  • เบื่ออาหาร เลือกกิน คลื่นไส้ อาเจียน
  • ซึม อ่อนแรง ขาดน้ำ หรือมีกลิ่นปากผิดปกติ

อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะกับโรคไต เบาหวาน ไทรอยด์ และโรคทางเดินอาหารก็ทำให้ดื่มมาก น้ำหนักลด หรืออาเจียนได้ ส่วน AKI อาจมาเร็วมาก เช่น จู่ ๆ ไม่กิน อาเจียน ซึม เดินเซ ปัสสาวะลดลง หรือเจ็บท้อง จึงต้องตรวจ ไม่ควรวินิจฉัยจากอาการที่บ้าน

หมอตรวจอย่างไรว่าเป็นโรคไตและเกิดจากอะไร

  1. ซักประวัติ: การดื่มน้ำ ปัสสาวะ น้ำหนัก อาหาร ยา พืชในบ้าน สารเคมี และโรคเดิม
  2. ตรวจร่างกาย: ภาวะขาดน้ำ น้ำหนัก กล้ามเนื้อ ช่องปาก ความดัน และขนาด/รูปร่างไต
  3. ตรวจเลือด: เช่น creatinine, SDMA, BUN, ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และภาวะโลหิตจาง
  4. ตรวจปัสสาวะ: ความเข้มข้นของปัสสาวะ ตะกอน โปรตีนรั่ว และเพาะเชื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้
  5. ภาพวินิจฉัย: เอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์เพื่อดูนิ่ว การอุดตัน ถุงน้ำ เนื้องอก และโครงสร้างไต

ค่า creatinine ปกติครั้งเดียวไม่ได้ตัด CKD ระยะแรก โดยเฉพาะแมวที่กล้ามเนื้อน้อย และค่าไตสูงครั้งเดียวในวันที่ขาดน้ำก็ยังไม่พอจะสรุปว่าเป็น CKD การจัดระยะตาม IRIS ทำเมื่อแมวมีภาวะคงที่ และใช้ข้อมูลโปรตีนในปัสสาวะกับความดันช่วยแบ่งความเสี่ยงเพิ่มเติม

ลดความเสี่ยงโรคไตให้แมวได้อย่างไร

  • เอาดอกลิลลี่ออกจากบ้านทั้งหมด: รวมถึงช่อดอกไม้อื่นๆและน้ำในแจกัน หากไม่แน่ใจชนิดพืช ให้เอาออกก่อน
  • ไม่ให้ยาคนหรืออาหารเสริมเอง: แจ้งสัตวแพทย์ทุกครั้งว่าน้องกินยาและผลิตภัณฑ์อะไรอยู่
  • ให้น้ำเข้าถึงง่าย: วางชามหลายจุด ล้างชามสม่ำเสมอ ทดลองชามวัสดุและตำแหน่งที่น้องชอบ หรือใช้อาหารเปียกร่วมอย่างเหมาะสม
  • ให้อาหารหลักครบถ้วนตามวัย: ไม่ให้ขนมหรือท็อปปิงแทนมื้อหลัก หากใช้ขนมแมวเลียบ่อย ดูแนวทางปริมาณได้ที่ ขนมแมวเลียให้ทุกวันได้ไหม
  • สังเกตกระบะทราย: รู้คร่าว ๆ ว่าน้องฉี่กี่ก้อน ขนาดเปลี่ยนไหม และมีการเบ่งหรือไม่
  • ตรวจสุขภาพตามวัยและความเสี่ยง: แมวสูงวัยควรคุยกับหมอเรื่องตรวจเลือด ปัสสาวะ น้ำหนัก และความดันอย่างน้อยปีละครั้งหรือถี่กว่านั้นตามคำแนะนำ
  • รักษาเหตุฉุกเฉินเร็ว: การอุดตัน สารพิษ อาเจียนต่อเนื่อง และขาดน้ำรุนแรงยิ่งรักษาช้า ยิ่งเพิ่มโอกาสเสียหายถาวร

คำถามที่พบบ่อย

แมวกินอาหารเม็ดมาตลอด ต้องเปลี่ยนเป็นอาหารเปียกทันทีไหม

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบบฉับพลันเพราะกลัวโรคไต หากน้องสุขภาพดี ให้ดูว่าอาหารหลักครบถ้วนตามวัย คุมน้ำหนักได้ และมีน้ำสะอาดตลอดเวลา อาหารเปียกช่วยเพิ่มน้ำในมื้อได้ แต่ควรเปลี่ยนอาหารทีละน้อย ส่วนแมวที่มีโรคไต นิ่ว หัวใจ หรือโรคอื่นให้เลือกอาหารตามสัตวแพทย์ เพราะเป้าหมายไม่ได้เหมือนกันทุกตัว

แมวดื่มน้ำเยอะ แปลว่าไตกำลังดีขึ้นหรือไม่

ไม่เสมอไป แมว CKD มักฉี่มากและดื่มน้ำชดเชย เพราะไตทำปัสสาวะเข้มข้นได้ไม่ดี หากเห็นชามน้ำพร่องเร็ว ก้อนฉี่ใหญ่ขึ้น หรือเติมทรายบ่อยขึ้น ควรจดไว้และนัดตรวจ ไม่ควรจำกัดน้ำเพื่อให้ฉี่น้อยลง

โรคไตแมวรักษาหายไหม

AKI บางรายฟื้นการทำงานได้มากถ้ารักษาเร็วและหยุดสาเหตุ ส่วน CKD เป็นโรคที่ความเสียหายถาวร เป้าหมายคือจัดการสาเหตุที่ยังแก้ได้ รักษาภาวะแทรกซ้อน ชะลอการดำเนินโรค และรักษาคุณภาพชีวิต แมวหลายตัวอยู่ได้อีกนานเมื่อพบเร็วและติดตามสม่ำเสมอ

แมวอายุเท่าไรควรเริ่มตรวจค่าไต

ไม่มีอายุเดียวที่ใช้ได้กับทุกตัว เพราะสายพันธุ์ ประวัติโรค และยาที่ใช้มีผล โดยทั่วไปเมื่อเข้าสู่วัยกลางถึงสูงวัยควรตรวจเป็นระยะ และเริ่มเร็วกว่านั้นหากเป็นสายพันธุ์เสี่ยง เคยมี AKI อุดตัน หรือมีอาการผิดปกติ ให้สัตวแพทย์กำหนดตารางที่เหมาะกับน้อง

อาหารโรคไตให้แมวปกติกินป้องกันได้ไหม

ไม่ควรใช้เป็นอาหารป้องกันเอง สูตรโรคไตถูกออกแบบสำหรับความต้องการเฉพาะของแมวที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว การจำกัดสารอาหารโดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจไม่เหมาะกับวัย ภาวะร่างกาย หรือโรคอื่นของน้อง วิธีป้องกันที่มีเหตุผลกว่าคืออาหารครบถ้วน น้ำเพียงพอ หลีกเลี่ยงสารพิษ และตรวจคัดกรอง

สรุป: โรคไตแมวมักไม่ได้มีผู้ร้ายเพียงตัวเดียว

โรคไตเรื้อรังในแมวจำนวนมากเกิดจากความเสียหายที่สะสมตามวัยและไม่พบต้นเหตุเดียว ส่วนสาเหตุที่ระบุได้มีทั้งพันธุกรรม โรคของตัวไต การติดเชื้อ การอุดตัน เนื้องอก และความเสียหายที่เหลือจากไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ขณะที่ AKI มักสัมพันธ์กับสารพิษ ยาบางชนิด ช็อก ขาดน้ำรุนแรง หรือปัสสาวะอุดตัน

อาหารเม็ด โปรตีน หรือขนมชิ้นเดียวไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นสาเหตุของ CKD โดยไม่มีหลักฐานเฉพาะตัว สิ่งที่ช่วยน้องได้จริงกว่าคือเอาลิลลี่และยาคนอันตรายออกจากบ้าน มีน้ำสะอาด เลือกอาหารหลักที่ครบถ้วน สังเกตกระบะทราย และตรวจเลือดควบคู่กับปัสสาวะตามวัย หากดื่มน้ำหรือฉี่เปลี่ยนไป อย่ารอให้น้องซูบก่อนค่อยตรวจครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สินค้าที่เกี่ยวกับบทความนี้