อาหารแมว

ลูกแมวควรกินวันละกี่กรัม? ดูตามอายุและน้ำหนัก

ลูกแมวควรกินวันละกี่กรัม? ดูตามอายุ น้ำหนัก และพลังงานของอาหาร พร้อมตารางประมาณการและวิธีคำนวณจาก kcal บนฉลากแบบง่าย ๆ

โดย ทีมงานน้อนหมาน้อนแมวเผยแพร่ 30 สิงหาคม 2569
7 นาทีในการอ่าน
ภาพประกอบบทความ ลูกแมวควรกินวันละกี่กรัม? ดูตามอายุและน้ำหนัก

ลูกแมวควรกินวันละกี่กรัม? ดูตามอายุ น้ำหนัก และพลังงานของอาหาร พร้อมตารางประมาณการและวิธีคำนวณจาก kcal บนฉลากแบบง่าย ๆ

คำถามว่า “ลูกแมวควรกินอาหารวันละกี่กรัม?” ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกยี่ห้อครับ เพราะอาหารแต่ละสูตรให้พลังงานต่อกรัมไม่เท่ากัน

อาหารเม็ดบางสูตรให้ประมาณ 3.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ขณะที่บางสูตรอาจเกิน 4 กิโลแคลอรีต่อกรัม ถ้าให้น้ำหนักอาหารเท่ากัน ลูกแมวจึงได้รับพลังงานต่างกันได้มาก

ตอบแบบสั้น ๆ

ถ้าเป็นอาหารเม็ดลูกแมวที่ให้พลังงานประมาณ 4 กิโลแคลอรีต่อกรัม ปริมาณโดยคร่าว ๆ จะอยู่ประมาณ:

  • น้ำหนัก 1 กก. → ราว 38–63 กรัม/วัน ตามอายุ
  • น้ำหนัก 2 กก. → ราว 60–99 กรัม/วัน
  • น้ำหนัก 3 กก. → ราว 78–131 กรัม/วัน
  • น้ำหนัก 4 กก. → ราว 95–158 กรัม/วัน

ช่วงอายุน้อยต้องการพลังงานต่อกิโลกรัมสูงกว่า และปริมาณจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าใกล้วัยโตครับ

ตัวเลขนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก่อนให้จริงควรดูตารางให้อาหารและค่าพลังงานบนถุงของยี่ห้อที่ใช้อยู่เสมอ

ตารางประมาณการตามน้ำหนักและอายุ

ตารางนี้คำนวณจากแนวทางพลังงานช่วงการเจริญเติบโตของ FEDIAF และสมมติว่าอาหารเม็ดให้พลังงาน 4,000 กิโลแคลอรี/กก. หรือ 4 กิโลแคลอรี/กรัม

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

น้ำหนักลูกแมว ไม่เกิน 4 เดือน 4–9 เดือน 9–12 เดือน
0.5 กก.31–39 กรัม27–31 กรัม24 กรัม
1 กก.50–62 กรัม44–50 กรัม38 กรัม
1.5 กก.66–82 กรัม57–66 กรัม49 กรัม
2 กก.80–99 กรัม70–80 กรัม60 กรัม
2.5 กก.92–115 กรัม81–92 กรัม69 กรัม
3 กก.104–130 กรัม91–104 กรัม78 กรัม
4 กก.127–158 กรัม111–127 กรัม95 กรัม

ตารางนี้ไม่ใช่คำสั่งให้อาหารตายตัว ลูกแมวแต่ละตัวอาจต้องการพลังงานต่างกันตามสายพันธุ์ การทำหมัน ความซน สุขภาพ และความหนาแน่นพลังงานของอาหารครับ

ทำไมอายุเท่ากัน แต่กินไม่เท่ากัน?

ลูกแมว 2 ตัวอายุ 4 เดือนเหมือนกัน อาจมีน้ำหนักและพลังงานที่ต้องการต่างกันมากครับ ตัวหนึ่งอาจหนัก 1.8 กก. แต่อีกตัวอาจหนัก 2.8 กก. ตามพันธุกรรม เพศ และสายพันธุ์

FEDIAF แบ่งความต้องการพลังงานของลูกแมวเป็นช่วงกว้าง ๆ ดังนี้:

  • อายุไม่เกิน 4 เดือน: ต้องการพลังงานสูงที่สุด ประมาณ 2–2.5 เท่าของพลังงานพื้นฐาน
  • อายุ 4–9 เดือน: ลดลงเหลือประมาณ 1.75–2 เท่า
  • อายุ 9–12 เดือน: ประมาณ 1.5 เท่า

จึงเป็นเรื่องปกติที่ลูกแมวอายุ 3 เดือนอาจกินต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวมากกว่าแมวอายุ 10 เดือนครับ

วิธีคำนวณจากอาหารที่บ้าน แบบง่ายที่สุด

ให้พลิกถุงอาหารแล้วหาคำว่า พลังงาน หรือ Calorie Content ซึ่งมักเขียนเป็นกิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม

ตัวอย่าง ถ้าอาหารระบุ:

4,000 กิโลแคลอรี/กก.

หาร 1,000 จะเท่ากับ:

4 กิโลแคลอรี/กรัม

ถ้าลูกแมวต้องการประมาณ 240 กิโลแคลอรีต่อวัน:

240 ÷ 4 = 60 กรัม/วัน

จากนั้นแบ่งตามจำนวนมื้อ เช่น กิน 4 มื้อ ก็ประมาณ 15 กรัม/มื้อ

ดูเรื่องจำนวนมื้อเพิ่มเติมได้ที่ ลูกแมวควรกินวันละกี่มื้อ?

แล้วดูตารางหลังถุงอย่างเดียวได้ไหม?

ได้ และควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นครับ

AAFCO กำหนดว่าอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนต้องมีคำแนะนำปริมาณการให้อาหารตามน้ำหนักและช่วงวัย แต่ก็ระบุเช่นกันว่าตารางเหล่านั้นเป็นเพียงแนวทาง และอาจต้องปรับตามตัวสัตว์จริง

ดังนั้นวิธีใช้ง่ายที่สุดคือ:

  1. เริ่มจากปริมาณที่ผู้ผลิตแนะนำตามน้ำหนักและอายุ
  2. ชั่งอาหารด้วยเครื่องชั่ง ไม่กะด้วยสายตา
  3. ชั่งน้ำหนักลูกแมวเป็นประจำ
  4. ดูรูปร่างและความสมบูรณ์ของร่างกาย
  5. ปรับปริมาณขึ้นหรือลงทีละเล็กน้อยถ้าจำเป็น

อาหารเปียกคิดเป็นกรัมเหมือนอาหารเม็ดไหม?

ไม่ควรเอาจำนวนกรัมอาหารเม็ดไปใช้กับอาหารเปียกครับ เพราะอาหารเปียกมีน้ำมากและให้พลังงานต่อกรัมต่ำกว่ามาก

ตัวอย่างง่าย ๆ:

  • อาหารเม็ด 4 กิโลแคลอรี/กรัม → ต้องการ 200 kcal = ประมาณ 50 กรัม
  • อาหารเปียก 1 กิโลแคลอรี/กรัม → ต้องการ 200 kcal = ประมาณ 200 กรัม

ดังนั้นถ้าให้อาหารเปียก ให้ดูว่า หนึ่งซองหรือหนึ่งกระป๋องให้กี่กิโลแคลอรี จะคำนวณง่ายกว่าดูน้ำหนักอย่างเดียวครับ

ถ้ายังตัดสินใจว่าจะให้เม็ดหรือเปียก อ่าน อาหารลูกแมวแบบเม็ดหรือเปียกดีกว่า?

ถ้าให้ทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก ต้องคิดยังไง?

ให้คิดจาก พลังงานรวมทั้งวัน ครับ ไม่ใช่ให้เม็ดเต็มปริมาณแล้วเพิ่มอาหารเปียกเข้าไปอีกเต็มซอง

ตัวอย่าง ถ้าต้องการ 240 กิโลแคลอรี/วัน:

  • อาหารเม็ด 120 กิโลแคลอรี
  • อาหารเปียก 120 กิโลแคลอรี

รวมกันแล้วจึงได้ 240 กิโลแคลอรีตามเป้าหมาย

หลังทำหมันต้องลดอาหารไหม?

ควรจับตาน้ำหนักมากขึ้นครับ VCA ระบุว่าประมาณอายุ 6 เดือน ลูกแมวอาจโตถึงราว 75% ของขนาดตัวเต็มวัยแล้ว และความต้องการพลังงานลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังทำหมัน

จึงไม่ควรใช้ปริมาณอาหารตอนอายุ 3–4 เดือนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยไม่ชั่งน้ำหนักหรือดูรูปร่างครับ

อย่าดูแต่น้ำหนัก ให้ดูรูปร่างด้วย

ปริมาณที่ “ถูกต้อง” คือปริมาณที่ทำให้น้อง โตต่อเนื่องแต่ไม่อ้วนเร็วเกินไป

ควรชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ และสังเกตว่าคลำซี่โครงได้โดยไม่ต้องกดแรง มีเอวเล็กน้อยเมื่อมองจากด้านบน และไม่มีไขมันหน้าท้องสะสมมากผิดปกติ

FEDIAF แนะนำให้ติดตามทั้งน้ำหนักและคะแนนสภาพร่างกายตั้งแต่วัยลูกแมว เพราะการให้อาหารมากเกินไปในช่วงโตอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินในอนาคต

คำถามที่หลายคนสงสัย

ลูกแมว 2 เดือนควรกินวันละกี่กรัม?

ต้องดูน้ำหนักและพลังงานของอาหารครับ ตัวอย่างลูกแมวหนักประมาณ 1 กก. กินอาหารเม็ดพลังงาน 4 kcal/กรัม อาจเริ่มราว 50–63 กรัม/วัน แล้วปรับตามตารางของผู้ผลิตและการเติบโตจริง

ลูกแมว 4 เดือนหนัก 2 กก. ควรกินกี่กรัม?

จากตัวอย่างอาหาร 4 kcal/กรัม จะอยู่ประมาณ 80–99 กรัม/วัน แต่ควรตรวจตารางหลังถุงของสูตรที่ใช้จริงก่อนครับ

ลูกแมว 6 เดือนควรกินน้อยลงไหม?

เมื่อเทียบต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว โดยทั่วไปจะเริ่มต้องการพลังงานน้อยกว่าช่วง 2–4 เดือนครับ แม้ว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

ควรชั่งอาหารหรือใช้ถ้วยตวง?

ชั่งด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลแม่นกว่าครับ โดยเฉพาะอาหารเม็ด เพราะกะด้วยถ้วยหรือมืออาจคลาดเคลื่อนหลายกรัม ซึ่งสะสมเป็นพลังงานส่วนเกินได้ทุกวัน

สรุป

ถ้ามีคนถามว่า “ลูกแมวควรกินวันละกี่กรัม?” คำตอบที่ถูกที่สุดคือ ต้องรู้ทั้งอายุ น้ำหนัก และพลังงานของอาหารที่กิน

ตัวเลขกรัมบนตารางในบทนี้ใช้สำหรับเป็นจุดเริ่มต้น โดยสมมติอาหารเม็ดประมาณ 4 กิโลแคลอรีต่อกรัมเท่านั้น

วิธีที่ใช้งานจริงที่สุดคือ:

ดูตารางหลังถุง → ชั่งอาหาร → ชั่งน้ำหนักลูกแมว → ดูรูปร่าง → ปรับปริมาณตามการเติบโต

อย่าเพิ่มอาหารเพียงเพราะน้องร้องขอ และอย่าลดอาหารเพียงเพราะเห็นว่าปริมาณดูเยอะ เพราะลูกแมวช่วงแรกต้องการพลังงานสูงกว่าแมวโตมากครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง