สุขภาพแมวหมามือใหม่

น้ำท่วม แต่น้องหมาแมวอยู่บ้านลำพัง ทำอย่างไร? คู่มือฉุกเฉินกรุงเทพฯ

อยู่นอกบ้านแต่น้ำท่วมและหมาแมวอยู่ลำพัง เช็กสัญญาณฉุกเฉิน วิธีอพยพอย่างปลอดภัย ข้อมูลที่ต้องแจ้ง และเบอร์ประสานงานในกรุงเทพฯ

โดย ทีมงานน้อนหมาน้อนแมวเผยแพร่ 29 กันยายน 2569
20 นาทีในการอ่าน
ภาพประกอบบทความ น้ำท่วม แต่น้องหมาแมวอยู่บ้านลำพัง ทำอย่างไร? คู่มือฉุกเฉินกรุงเทพฯ

อยู่นอกบ้านแต่น้ำท่วมและหมาแมวอยู่ลำพัง เช็กสัญญาณฉุกเฉิน วิธีอพยพอย่างปลอดภัย ข้อมูลที่ต้องแจ้ง และเบอร์ประสานงานในกรุงเทพฯ

ฝนตกหนัก น้ำเริ่มท่วมถนน แต่เราอยู่นอกบ้าน ขณะที่น้องหมาหรือน้องแมวยังอยู่ข้างใน—สถานการณ์แบบนี้ทำให้ใจเสียได้มาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบฝ่าน้ำกลับไปจนตัวเราเองกลายเป็นผู้ประสบภัยเพิ่ม ให้ประเมินความเสี่ยงของน้องและบ้าน หาทางช่วยที่ไม่เพิ่มอันตรายแก่คน และส่งข้อมูลให้หน่วยงานครบที่สุด

คำตอบสั้น ๆ: ถ้าน้ำยังไม่เข้าบ้าน น้องอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีน้ำสะอาด และมีคนหรือกล้องยืนยันสภาพได้ ให้ติดตามระดับน้ำ เส้นทาง และประกาศทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดคนเข้าตรวจหรืออพยพตั้งแต่เส้นทางยังปลอดภัย โดยไม่ต้องรอให้ครบกรอบเวลาตายตัว หากน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น เส้นทางเริ่มถูกตัด น้ำเข้าใกล้ระบบไฟฟ้า หรือติดต่อยืนยันสภาพน้องไม่ได้พร้อมกับมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ให้ยกระดับเป็นเหตุเร่งด่วนทันที

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ อย่ารออ่านให้จบ—ให้ประสานหน่วยงานทันที

  • น้ำกำลังเพิ่มเร็วหรือเริ่มเข้าบ้าน
  • น้ำอยู่ใกล้ปลั๊ก มิเตอร์ ตู้เมน หรือไม่ทราบว่าไฟถูกตัดแล้วหรือยัง
  • น้องถูกผูก ติดกรงหรือห้องชั้นล่าง ออกเองไม่ได้ หายใจผิดปกติ บาดเจ็บ ป่วย หรือกินยาประจำ
  • ไม่มีใครยืนยันได้ว่าน้องปลอดภัย ขณะที่น้ำกำลังขึ้น เส้นทางเริ่มถูกตัด หรือมีความเสี่ยงไฟฟ้า

กรุงเทพฯ: 199 เหตุอันตราย/กู้ภัย | 1555 แจ้งเหตุและขอประสาน กทม. | 1130 เหตุเสี่ยงไฟฟ้า | 1784 สาธารณภัย | 1669 เมื่อมีคนเจ็บป่วยฉุกเฉิน

ห้ามเดิน ว่ายน้ำ หรือขับรถฝ่าน้ำท่วมที่ไม่รู้ความลึก น้ำไหลแรง มองไม่เห็นพื้น หรืออาจมีกระแสไฟ

ถ้าน้องหมาแมวติดอยู่ในบ้าน ให้ทำ 5 อย่างนี้ก่อน

  1. ยืนยันสภาพน้องและบ้าน เปิดกล้องวงจรปิด โทรหาเพื่อนบ้าน รปภ. นิติบุคคล หรือผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ที่สุด ขอให้ดูระดับน้ำที่หน้าบ้านและภายในบ้านโดยไม่ลุยเข้าไปเสี่ยง
  2. เช็กสามอันตรายหลัก ได้แก่ น้ำกำลังเข้าบ้านหรือเพิ่มขึ้น ไฟฟ้ายังจ่ายอยู่ใกล้น้ำ และน้องติดอยู่ในจุดต่ำหรือออกเองไม่ได้
  3. อพยพเชิงป้องกันถ้ายังทำได้อย่างปลอดภัย หากทางเข้า–ออกยังใช้ได้และมีที่รับน้องพร้อม การพาน้องออกก่อนน้ำสูงขึ้นมักปลอดภัยกว่าการรอ แต่เพื่อนบ้านหรือนิติบุคคลควรเข้าไปเฉพาะเมื่อไม่ต้องลุยน้ำเสี่ยงไฟฟ้า น้ำเชี่ยว หรือพื้นที่โครงสร้างไม่ปลอดภัย หากต้องใช้เรือหรือลุยน้ำ ให้รอทีมที่มีอุปกรณ์และการฝึก
  4. เลือกช่องทางแจ้งเหตุตามลักษณะความเสี่ยง โทร 1555 เพื่อประสานความช่วยเหลือในกรุงเทพฯ, 199 เมื่อเป็นภัยพิบัติหรือมีอันตรายต่อชีวิตและโครงสร้าง และ 1130 เมื่อสงสัยอันตรายจากไฟฟ้า หากช่องทางหลักติดต่อไม่ได้ อาจใช้ 1784 เพื่อขอประสานเหตุสาธารณภัย
  5. แจ้งข้อมูลที่ยืนยันได้ทันที หากมีอันตรายฉุกเฉินให้โทรก่อน ไม่ต้องรอกรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง จากนั้นจึงส่งที่อยู่ พิกัด จำนวนสัตว์ ตำแหน่ง ระดับน้ำ สถานะไฟฟ้า วิธีเข้าบ้าน จุดซ่อน และรูปประกอบ โดยเขียนว่า “ไม่ทราบ” แทนการคาดเดา

งานที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงทำพร้อมกันได้ เช่น ให้คนหนึ่งโทรประสานหน่วยงาน อีกคนติดต่อเพื่อนบ้านหรือนิติบุคคล และอีกคนเตรียมกรง สายจูง ยา และที่พักปลายทาง แต่ไม่ควรเรียกหลายทีมให้เดินทางซ้ำโดยไม่ประสานกัน เมื่อมีหน่วยรับเรื่อง ให้จดเลขรับแจ้งและแจ้งทันทีหากระดับน้ำหรืออาการน้องเปลี่ยน

เช็กสัญญาณอันตราย: ต้องอพยพหรือประสานหน่วยงานเมื่อใด

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

สัญญาณที่พบ ทำทันที
มีคำสั่งอพยพ หรือประกาศให้หลีกเลี่ยง/ปิดเส้นทางในพื้นที่บ้าน ปฏิบัติตามคำสั่งทันที รวมน้องไว้ในแผนอพยพ ใช้กรงหรือสายรัดอก และอย่าชะลอการออกจากพื้นที่เพื่อเก็บของให้ครบทุกชิ้น
มีประกาศเฝ้าระวังหรือน้ำในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่บ้านยังแห้ง น้องปกติ และเส้นทางยังไม่ถูกน้ำท่วม อพยพเชิงป้องกันถ้าทำได้ปลอดภัย จัดคนเข้าตรวจหรือพาน้องออกตั้งแต่เส้นทางยังใช้ได้ หากยังทำไม่ได้ ให้กำหนดผู้รับผิดชอบติดตามประกาศ กล้อง และข้อมูลจากคนหน้างาน พร้อมยกระดับทันทีเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน ไม่ใช้กรอบเวลาตายตัวเป็นเหตุให้รอ
เส้นทางถึงบ้านมีน้ำท่วม มองไม่เห็นพื้น น้ำไหล หรือไม่ทราบความเสี่ยงไฟฟ้า แม้ตัวบ้านยังแห้ง ห้ามให้คนทั่วไปเข้าไปเอง ประสาน 1555/199 ให้ประเมินการเข้าถึง แจ้งระดับน้ำและตำแหน่งน้อง ห้ามส่งเจ้าของ เพื่อนบ้าน หรือ รปภ. เดิน ว่ายน้ำ หรือขับรถฝ่าเข้าไป
น้ำเริ่มเข้าชั้นล่าง แต่น้องอยู่ชั้นบนและยังตอบสนอง ถือเป็นเหตุเร่งด่วน หากมีทางแห้งและปลอดภัย ให้ผู้ดูแลพาน้องออก ถ้าต้องผ่านน้ำให้ประสานเจ้าหน้าที่ ไม่ควรคิดว่าชั้นบนปลอดภัยเสมอ เพราะไฟฟ้า น้ำดื่ม อุณหภูมิ และทางออกอาจใช้ไม่ได้
น้ำใกล้ปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เมน หรือไม่ทราบว่าไฟถูกตัดหรือยัง ห้ามลุยเข้าไปหรือเอื้อมแตะอุปกรณ์ โทร MEA 1130 และหากมีอันตรายฉุกเฉินให้แจ้ง 199 โดยบอกว่ามีความเสี่ยงไฟฟ้าร่วมด้วย
น้องถูกล่าม หรือถูกขังในกรง/ห้องที่น้ำอาจถึงและย้ายตัวเองไม่ได้ หรือเป็นลูกสัตว์ สัตว์สูงวัย ป่วย หอบ หายใจลำบาก หรือจำเป็นต้องกินยาตามเวลา แจ้งเหตุทันที บอกอย่างชัดเจนว่าสัตว์ออกจากจุดเสี่ยงเองไม่ได้ และขอให้หน่วยงานประเมินหรือประสานทีมที่มีอุปกรณ์เหมาะสม
กล้องหรืออุปกรณ์อัจฉริยะดับ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าน้ำสูงขึ้นหรือเส้นทางแย่ลง เปิดใช้แผนสำรอง ติดต่อผู้ถือกุญแจหรือผู้ดูแลให้ตรวจจากเส้นทางแห้ง อย่าสรุปว่ากล้องดับเพราะอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว และอย่าให้ใครฝ่าน้ำเข้าไป
ยืนยันสภาพน้องไม่ได้ พร้อมกับน้ำกำลังขึ้น เส้นทางใกล้ถูกตัด มีความเสี่ยงไฟฟ้า หรือน้องถูกขัง/ล่ามในจุดเสี่ยง ประสานหน่วยงานทันที แจ้งว่าขณะนี้ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของสัตว์ได้ พร้อมบอกปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง

อย่าใช้จำนวนถุงอาหารเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ต่อให้มีอาหารหลายวัน น้ำสะอาดอาจหก ปนเปื้อน หรือเครื่องให้อาหารอัตโนมัติอาจหยุดเมื่อไฟดับ ที่สำคัญ สภาพน้ำและไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนเร็วกว่าอาหารจะหมด

ข้อความสำหรับส่งตรงถึงหน่วยงานหรือผู้ช่วยที่ยืนยันตัวตนแล้ว

ถ้าเป็นอันตรายทันที ให้โทรแจ้งก่อนแล้วค่อยส่งข้อความนี้ตามไป อย่าโพสต์รหัสประตู ที่ซ่อนกุญแจ หรือข้อมูลความปลอดภัยของบ้านในกลุ่มสาธารณะ ให้ส่งข้อมูลเหล่านี้เฉพาะทางแชตส่วนตัวแก่เจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยที่ยืนยันตัวตนแล้ว

เหตุ: น้ำกำลังขึ้น / เสี่ยงไฟฟ้า / สัตว์ออกเองไม่ได้ / ยืนยันสภาพไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: เวลา ……… น. วันที่ ………………
ที่อยู่และลิงก์พิกัด: ………………
มีคนติดอยู่ด้วย: มี / ไม่มี / ไม่ทราบ
สัตว์: สุนัข … ตัว แมว … ตัว สี/ลักษณะ ………………
ตำแหน่งสัตว์และออกเองได้หรือไม่: ………………
น้ำ: ยังไม่เข้า / เข้าแล้ว ระดับ ……… ที่จุด ……… แนวโน้มขึ้น / คงที่ / ไม่ทราบ
สถานะไฟฟ้า: ตัดแล้ว / ยังจ่าย / ไม่ทราบ
ทางเข้าที่ตรวจสอบล่าสุดและต้องผ่านน้ำหรือไม่: ………………
จุดซ่อนที่ชอบ: ………………
สุขภาพ/ยาประจำ/พฤติกรรมที่ต้องระวัง: ………………
กรง สายจูง และกุญแจอยู่ที่: ………………
ผู้อนุญาตให้เข้าบ้าน: ……………… โทร ………………
สถานที่รับน้องหลังช่วยออกมา: ………………

ส่งรูปหน้าบ้าน รูปน้อง รูปประตู และตำแหน่งตู้เมนไฟฟ้าไปด้วยหากมีอยู่แล้วหรือถ่ายได้จากจุดแห้งและปลอดภัย อย่าให้ใครเสี่ยงเข้าไปเพื่อถ่ายรูปเพิ่ม

ถ้ามีเพื่อนบ้านหรือนิติบุคคลเข้าไปช่วย ควรบอกอะไร

ส่วนนี้ใช้เฉพาะเมื่อทางเข้า–ออกยังปลอดภัยและไม่ต้องลุยน้ำท่วม ถ้ามีน้ำไหล น้ำที่มองไม่เห็นพื้น ความเสี่ยงไฟฟ้า สารเคมี หรือโครงสร้างเสียหาย ไม่ควรส่งเพื่อนบ้านหรือ รปภ. เข้าไปเอง ให้แจ้งหน่วยงานเพื่อประเมินและใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม รองเท้าบูต ถุงมือ หรือการมีคนไปด้วยไม่ได้ทำให้น้ำอันตรายกลายเป็นน้ำปลอดภัย

ก่อนเข้าอาคารหรือบ้าน

  • ดูว่ามีน้ำไหลแรง ฝาท่อเปิด สายไฟตก กลิ่นไหม้ เสียงไฟช็อต ผนังหรือประตูบวมผิดรูปหรือไม่ ถ้ามีให้ถอยและรอเจ้าหน้าที่
  • ห้ามแตะรั้วโลหะ ประตู เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊ก หรือตู้เมนขณะยืนในน้ำ
  • การปิดเมนไฟทำได้เฉพาะเมื่อเข้าถึงจากพื้นที่แห้ง มือและพื้นแห้ง และมั่นใจว่าอุปกรณ์ไม่ถูกน้ำ หากไม่แน่ใจให้โทร 1130 ไม่ควรลุยน้ำไปปิดเอง
  • หากพื้นที่ผ่านการประเมินว่าปลอดภัย จึงเตรียมกรงที่ล็อกได้ สายจูงพร้อมสายรัดอก ผ้าขนหนู ไฟฉาย ถุงมือ และรองเท้าป้องกัน หลีกเลี่ยงการเข้าไปลำพัง แต่ไม่ควรเพิ่มจำนวนคนในจุดเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

เมื่อเปิดประตู

  • ปิดทางหนีก่อนค้นหา แมวและหมาที่ตกใจอาจพุ่งออกจากประตูแม้ปกติจะเชื่อง
  • เรียกด้วยเสียงคุ้นเคย เคลื่อนไหวช้า และอย่าต้อนน้องเข้ามุม ความเจ็บและความกลัวทำให้น้องกัดหรือข่วนได้
  • สวมสายรัดอกและสายจูงให้สุนัขก่อนพาออก ส่วนแมวควรอยู่ในกรงปิดสนิท ไม่อุ้มตัวเปล่าผ่านน้ำหรือขึ้นเรือ
  • ถ้ามีหลายตัว ให้นับทุกตัวและถ่ายภาพยืนยันก่อนออกจากบ้าน เช็กใต้เตียง หลังตู้ ในตู้เสื้อผ้า และจุดสูงที่แมวชอบซ่อน
  • พาน้องออกก่อน หยิบยา สมุดวัคซีน อาหาร น้ำดื่ม และของจำเป็นเฉพาะที่อยู่ในมือและไม่ทำให้การออกล่าช้า ห้ามย้อนกลับเข้าไปเอาของเมื่อสภาพเริ่มไม่ปลอดภัย
  • ถ้าคนช่วยถูกกัดหรือข่วน ให้ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที แล้วติดต่อบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อแผลลึก ไม่ทราบประวัติวัคซีน หรือสัตว์มีพฤติกรรมผิดปกติ

ถ้ายังอพยพออกไม่ได้ในทันที

เฉพาะกรณีที่ผู้ช่วยเข้าถึงจากพื้นที่ปลอดภัย ให้ย้ายน้องไปยัง จุดสูง แห้ง ไม่โดนแดด ระบายอากาศได้ และมีทางให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงหรือพาออกได้ ไม่ควรใช้ห้องใต้หลังคาปิด ห้องที่ล็อกจากภายนอก หรือจุดอับที่กลายเป็นทางตัน วางน้ำบรรจุขวดหรือน้ำที่หน่วยงานยืนยันว่าปลอดภัยหลายชามในภาชนะที่คว่ำยาก แยกอาหารและกระบะทรายออกจากน้ำดื่ม เก็บสารเคมี ยา และของมีคมให้พ้นมือ แล้วส่งภาพพร้อมเวลาที่ตรวจล่าสุดให้เจ้าของ

วิธีนี้เป็นเพียงการซื้อเวลา ไม่ใช่แผนอพยพระยะยาว ห้ามทิ้งน้องไว้บนหลังคา ระเบียงเปิด หรือจุดที่ไม่มีร่มและไม่มีทางลง และห้ามล่ามหรือผูกน้องไว้ในจุดที่หนีระดับน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะกลางแจ้ง เพราะระดับน้ำ ความร้อน และโครงสร้างอาคารอาจเปลี่ยนได้

สิ่งที่ไม่ควรทำ แม้กำลังกังวลมาก

  • อย่าขับรถฝ่าน้ำหรือเดินลุยน้ำที่ไม่รู้ความลึก น้ำอาจปิดบังฝาท่อ หลุม ของมีคม สารปนเปื้อน และสายไฟ
  • อย่าให้บุคคลทั่วไปลงน้ำไปช่วย ไม่ว่าจะว่ายน้ำแข็งแรงเพียงใด น้ำท่วมอาจมีกระแสไฟ ฝาท่อเปิด หลุม ของมีคม สารปนเปื้อน และกระแสน้ำที่มองไม่เห็น การเพิ่มผู้ประสบภัยทำให้การช่วยน้องยากขึ้น
  • อย่าคิดว่าแมวปีนหนีหรือหมาว่ายน้ำได้จึงปลอดภัย น้องอาจติดห้อง หมดแรง บาดเจ็บ หรือออกจากบ้านไม่ได้
  • อย่าพึ่งกล้องหรือเครื่องให้อาหารอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต อาหาร และน้ำอาจล้มเหลวคนละเวลา
  • อย่าให้ยาซึมหรือยาคลายกังวลเอง เว้นแต่สัตวแพทย์สั่งไว้สำหรับน้องตัวนั้นพร้อมขนาดและวิธีใช้ เพราะอาจกดการหายใจหรือทำให้ทรงตัวลำบาก
  • อย่าโพสต์ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดต่อสาธารณะ เปิดเผยเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการประสานงาน แล้วส่งกุญแจหรือรหัสให้ผู้ช่วยที่ตรวจสอบแล้วเท่านั้น

ติดต่อที่ไหนในกรุงเทพฯ

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

ช่องทาง ใช้เมื่อ ข้อมูลที่ควรบอก
1555
สายด่วน กทม. ฟรี 24 ชั่วโมง
ขอประสานความช่วยเหลือ แจ้งน้ำท่วม ทางเข้าถูกตัด หรือขอเชื่อมต่อสำนักงานเขต ที่อยู่ พิกัด ระดับน้ำ จำนวนคนและสัตว์ และสภาพทางเข้า ถ้าคิดว่าต้องใช้เรือให้บอกเหตุผลและขอให้เจ้าหน้าที่ประเมิน
199
ดับเพลิงและกู้ภัย กทม.
มีภัยพิบัติ อันตรายต่อชีวิต น้ำเพิ่มเร็ว ไฟฟ้ารั่ว หรืออาคารไม่ปลอดภัย บอกชัดว่าสัตว์ติดอยู่ตรงไหน มีคนติดอยู่ด้วยหรือไม่ และมีความเสี่ยงไฟฟ้าหรือโครงสร้างอย่างไร
1130
MEA Call Center 24 ชั่วโมง
สงสัยไฟฟ้ารั่ว น้ำใกล้มิเตอร์หรือตู้ไฟ สายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด เลขที่บ้าน จุดอันตราย ระดับน้ำ และตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามเข้าใกล้ระหว่างรอ
1784
สายด่วนนิรภัย ปภ.
ขอประสานเหตุสาธารณภัยหรือเมื่อช่องทางท้องถิ่นหนาแน่น ประเภทภัย พิกัด จำนวนผู้ประสบภัยและสัตว์ พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ
1669
การแพทย์ฉุกเฉิน
ใช้เมื่อมีคน เจ็บป่วยฉุกเฉิน ถูกไฟดูด จมน้ำ บาดเจ็บ หรือหมดสติ ไม่ใช่สายด่วนรักษาสัตว์ อาการผู้ป่วย ตำแหน่ง และข้อจำกัดการเข้าถึงจากน้ำท่วม

หมายเลขเหล่านี้เป็นช่องทางแจ้งเหตุและขอประสานงาน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะมีทีมกู้สัตว์หรือเรือไปถึงได้ทันที เจ้าหน้าที่ต้องประเมินความเร่งด่วน ความปลอดภัยของเส้นทาง กำลังคน และเหตุที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนด้วย ให้แจ้งข้อเท็จจริงตามที่ทราบ ไม่พูดเกินสถานการณ์ และถามว่าควรทำอะไรระหว่างรอ

สายด่วนอาจมีผู้ติดต่อจำนวนมาก หากโทรไม่ติด ให้ลองซ้ำ ใช้ Traffy Fondue ติดต่อสำนักงานเขต หรือใช้ช่องทางสำรองที่เหมาะกับเหตุ เมื่อมีหน่วยรับเรื่องแล้ว ให้จดเวลา เลขรับแจ้ง และชื่อผู้ประสาน หากสถานการณ์เปลี่ยนให้โทรอัปเดต และเมื่อช่วยน้องได้แล้วให้แจ้งยุติคำขอเพื่อลดการส่งทีมซ้ำ

หลังช่วยน้องออกมาแล้ว ต้องดูอะไรบ้าง

  1. ควบคุมไม่ให้น้องหลุดระหว่างขนย้าย แมวให้อยู่ในกรงหรือห้องปิดมิดชิด ส่วนสุนัขใช้สายรัดอกพร้อมสายจูง กลิ่นและสภาพแวดล้อมหลังน้ำท่วมเปลี่ยนไป น้องอาจตกใจ วิ่งหนี หรือจำทางไม่ได้
  2. กันไม่ให้น้องเลียหรือดื่มน้ำท่วม น้ำอาจมีเชื้อโรค ปัสสาวะสัตว์ สารเคมี น้ำเสีย ของมีคม และสิ่งปนเปื้อนอื่น
  3. เมื่อถึงจุดปลอดภัย ให้ทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสน้ำท่วมโดยเร็ว ผู้ล้างควรสวมถุงมือ ถอดปลอกคอหรือสายรัดอกที่ปนเปื้อน ล้างด้วยน้ำที่ปลอดภัยและแชมพูอ่อนสำหรับสัตว์ ล้างออกให้หมด แล้วเช็ดให้แห้งและอบอุ่น อย่าให้น้องเลียขนก่อนทำความสะอาด หากสัมผัสน้ำมัน สารเคมี หรือมีอาการที่ตา ให้โทรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนลงมือ ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นบนตัวน้อง
  4. ทิ้งอาหารและยาที่ถูกน้ำท่วมหรือบรรจุภัณฑ์เสียหาย อย่าให้น้องกินแม้ภายนอกดูแห้ง ถ้าเป็นยาจำเป็นให้โทรโรงพยาบาลสัตว์เพื่อขอทดแทน
  5. ทำความสะอาดหรือแยกทิ้งอุปกรณ์ปนเปื้อน ซักหรือล้างกรง ผ้ารอง ปลอกคอ สายรัดอก ชาม และเครื่องนอนตามชนิดวัสดุ ไม่วางปะปนกับของสะอาด
  6. ตรวจอุ้งเท้า ผิวหนัง ตา จมูก และการหายใจ มองหาแผล ของแหลมคม อาการสั่น อ่อนแรง ไอ หอบ อาเจียน ท้องเสีย ไม่กิน หรือปัสสาวะผิดปกติ

ควรไปโรงพยาบาลสัตว์ทันทีหากน้องหายใจลำบาก สำลักน้ำ หมดแรง ยืนไม่ได้ ตัวเย็นมาก มีเลือดออก แผลลึก ชัก ซึมลงต่อเนื่อง หรือสงสัยไฟดูด/สารเคมี หากน้องดื่มน้ำท่วม มีแผล หรือเริ่มมีไข้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดกล้ามเนื้อ ปัสสาวะน้อยหรือสีผิดปกติ ให้ติดต่อสัตวแพทย์ เพราะน้ำปนเปื้อนสัมพันธ์กับโรคหลายชนิด รวมถึงโรคเลปโตสไปโรซิส โดยเฉพาะในสุนัข

ถ้าบ้านยังปลอดภัยและเข้าถึงได้โดยไม่เสี่ยง ควรเตรียมอะไรเพิ่ม

  • วางกรงหรือกระเป๋าเดินทางของน้องไว้ใกล้ทางออก พร้อมเขียนชื่อและเบอร์เจ้าของ
  • เตรียมสายรัดอก สายจูง ผ้าขนหนู ถุงเก็บมูล และกระบะทรายพกพาไว้รวมกัน
  • ถุงพร้อมหยิบ: เตรียมอาหารและน้ำอย่างน้อยหลายวันในภาชนะกันน้ำตามกำลังที่ขนย้ายได้ โดยไม่ชะลอการอพยพเพื่อเก็บของให้ครบ
  • ชุดสำรองล่วงหน้า: หากทำได้ CDC และ AVMA แนะนำอาหาร น้ำ และยาประจำสำหรับสัตว์เลี้ยงประมาณ 2 สัปดาห์ ควรหมุนเวียนของก่อนหมดอายุ และสอบถามสัตวแพทย์เรื่องการสำรองยา ยาควบคุม หรือยาที่ต้องแช่เย็น
  • ใส่สมุดวัคซีน เวชระเบียน ใบสั่งยา รูปถ่าย ข้อมูลไมโครชิป และหลักฐานความเป็นเจ้าของในถุงกันน้ำ พร้อมจดชื่อยา ขนาดยา เวลาให้ยาล่าสุด และเบอร์โรงพยาบาลสัตว์
  • ระบุผู้รับช่วงดูแลและสถานที่ปลายทางล่วงหน้า โทรเช็กก่อนว่าศูนย์พักพิง โรงแรม หรือที่ฝากสัตว์รับสัตว์เลี้ยงจริง
  • ทำรายชื่อคนถือกุญแจสำรองอย่างน้อยสองคน บอกตำแหน่งตู้เมนไฟ จุดซ่อนของแมว และนิสัยที่ผู้ช่วยควรรู้ พร้อมหนังสือหรือข้อความอนุญาตให้เข้าบ้านและพาไปรักษาในกรณีฉุกเฉิน

ตัวเลข 2 สัปดาห์เป็นเป้าหมายสำหรับการเตรียมล่วงหน้า ไม่ใช่เงื่อนไขก่อนอพยพ ถ้าต้องออกทันที ให้พาคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อน แล้วค่อยประสานอาหาร น้ำ ยา และของใช้เพิ่มเติมจากจุดปลอดภัย

สำหรับบ้านที่เลี้ยงหลายตัว ให้เตรียมกรงแยกตามจำนวนและติดชื่อทุกกรง สัตว์ที่เข้ากันได้ในบ้านอาจทะเลาะกันเมื่อกลัวและอยู่ในพื้นที่แคบ จึงไม่ควรยัดหลายตัวไว้ในกรงเดียวโดยอัตโนมัติ

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่ใช้อ้างอิงในบทความ

ตรวจสอบล่าสุดเช้าวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยอ้างอิงการแถลงทางการวันที่ 28 กันยายน เวลา 10.40 น.

รายงานทางการล่าสุดขณะตรวจสอบระบุว่า ปริมาณฝนในกรุงเทพฯ ลดลงและหลายเส้นทางกลับมาสัญจรได้ แต่ยังมีชุมชนและซอยที่น้ำสูง เช่น เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะรามอินทรา ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ซอยลาดพร้าว 101/1 และซอยรามคำแหง 24 ขณะที่รายงานภาคสนามวันที่ 28 กันยายนพบว่าบางจุดในแฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้ายังต้องใช้เรือ และมีน้ำสูงเกิน 1 เมตร

ภาพรวมว่าฝนลดลงไม่ได้แปลว่าทุกซอยหรือทุกบ้านปลอดภัย ระดับน้ำเปลี่ยนได้เป็นรายจุดและรายชั่วโมง ก่อนให้ใครเดินทาง ให้ตรวจ ระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนนของ กทม. โทร 1555 และยืนยันกับสำนักงานเขต นิติบุคคลหรือเพื่อนบ้าน ณ เวลานั้นอีกครั้ง บทความนี้ไม่ใช่ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือคำสั่งแทนเจ้าหน้าที่

คำถามที่พบบ่อย

น้ำยังไม่เข้าบ้าน แต่ถนนหน้าบ้านท่วม ควรให้คนไปรับเลยไหม

ถ้าเส้นทางยังไม่ถูกน้ำท่วมและมีสถานที่ปลายทางพร้อม ควรพิจารณาอพยพก่อนน้ำสูงขึ้น แต่ถ้าถนนถึงบ้านมีน้ำท่วมแล้ว โดยเฉพาะน้ำไหล มองไม่เห็นพื้น หรือไม่ทราบความเสี่ยงไฟฟ้า อย่าให้คนทั่วไปฝ่าเข้าไป ให้ประสาน 1555/199 เพื่อขอให้ประเมินการเข้าถึง และจัดน้องไว้ในจุดสูงที่ไม่เป็นทางตันเฉพาะเมื่อมีผู้ช่วยเข้าถึงจากพื้นที่ปลอดภัย

ทิ้งน้องไว้ชั้นสองพร้อมอาหารหลายวันได้ไหม

ไม่ควรวางแผนแบบไม่มีคนตรวจ เพราะน้ำ อาหาร อุณหภูมิ ไฟฟ้า การเจ็บป่วย และทางออกอาจเปลี่ยนได้ ชั้นสองใช้เป็นจุดรอชั่วคราวระหว่างประสานความช่วยเหลือ ไม่ใช่หลักประกันว่าน้องจะปลอดภัยหลายวัน

ถ้ากล้องยังเห็นน้องอยู่ จำเป็นต้องเข้าไปไหม

กล้องช่วยประเมินได้ แต่ไม่บอกทุกอย่าง เช่น น้ำดื่มปนเปื้อน อุณหภูมิ กลิ่นไหม้ หรือแผลที่มองไม่เห็น หากเส้นทางยังปลอดภัยให้จัดคนเข้าตรวจหรืออพยพก่อนสภาพแย่ลง โดยติดตามตามความเปลี่ยนแปลงของน้ำและประกาศทางการ ไม่ใช้ช่วงเวลาตายตัว หากน้ำเพิ่ม ไฟดับ กล้องขาดการติดต่อ หรือพฤติกรรมน้องเปลี่ยน ให้ยกระดับทันที

พาแมวขึ้นเรือโดยอุ้มไว้ได้ไหม

ไม่ควร แมวที่ตกใจอาจดิ้น กระโดดตกน้ำ หรือข่วนผู้ช่วย ควรใส่กรงแข็งแรง ปิดล็อก และคลุมบางส่วนด้วยผ้าเพื่อช่วยลดสิ่งกระตุ้นโดยไม่ปิดการระบายอากาศ

โพสต์ขอความช่วยเหลือในกลุ่มชุมชนได้ไหม

ได้ และมักช่วยให้เจอคนใกล้พื้นที่เร็วขึ้น แต่ควรตรวจตัวตนผู้ช่วย ระบุสถานการณ์จริง ไม่ใช้คำเกินจริง และส่งรหัสประตูหรือที่ซ่อนกุญแจเป็นการส่วนตัว หลังช่วยสำเร็จให้แก้ไขโพสต์ทันทีเพื่อหยุดการประสานซ้ำ

ศูนย์พักพิงรับหมาแมวทุกแห่งไหม

ไม่เสมอไป นโยบายและพื้นที่รองรับต่างกัน ควรโทรเช็กก่อนออกเดินทาง ถ้าไม่รับสัตว์ ให้ถามว่ามีจุดพักสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์ คลินิก หรือเครือข่ายฝากเลี้ยงใกล้เคียงหรือไม่

สรุป: อย่าฝ่าน้ำกลับไปเอง ให้ประเมิน–ประสาน–อพยพอย่างปลอดภัย

เมื่อน้ำท่วมอยู่นอกบ้าน แต่น้องหมาน้องแมวยังอยู่ข้างใน สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่มผู้ประสบภัย เริ่มจากยืนยันสภาพบ้านและน้อง เช็กน้ำ ไฟฟ้า และทางเข้า จากนั้นหาคนในพื้นที่ที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย พร้อมติดต่อ 1555 หรือ 199 เมื่อมีความเสี่ยง และ 1130 หากเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า

ถ้าบ้านยังแห้งและเส้นทางยังปลอดภัย ให้พิจารณาอพยพเชิงป้องกันก่อนสภาพแย่ลง หากยังทำไม่ได้ ให้จัดน้องไว้ในจุดสูงที่ไม่เป็นทางตัน มีน้ำสะอาด และติดตามสถานการณ์โดยไม่ยึดกรอบเวลาตายตัว แต่ถ้าน้ำเข้าบ้าน ไม่ทราบสถานะไฟ เส้นทางถูกน้ำตัด น้องอยู่ชั้นล่าง ติดกรง/ถูกผูก หรือเป็นสัตว์ป่วยและเปราะบาง ให้ถือเป็นเหตุเร่งด่วนและขอให้หน่วยงานประเมินการช่วยเหลือ ระหว่างเคลื่อนย้ายต้องใช้สายรัดอกหรือกรงเสมอ และหลังออกมาแล้วอย่าให้น้องดื่มหรือเล่นน้ำท่วม สังเกตอาการผิดปกติและติดต่อสัตวแพทย์โดยเร็วครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สินค้าที่เกี่ยวกับบทความนี้