หมาสุขภาพพฤติกรรมท่องเที่ยว

หมาเมารถทำยังไง? สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน

หมาเมารถไม่ได้มีแค่อาเจียน อาจเริ่มจากเลียปาก น้ำลายไหล ร้อง กระสับกระส่าย หรือซึม มาดูว่าเกิดจากการทรงตัวหรือความกังวลกันแน่ วิธีฝึกก่อนเดินทาง และเมื่อไหร่ควรพบสัตวแพทย์

โดย ทีมงานน้อนหมาน้อนแมวเผยแพร่ 17 ตุลาคม 2569
8 นาทีในการอ่าน
ภาพประกอบบทความ หมาเมารถทำยังไง? สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน

หมาเมารถไม่ได้มีแค่อาเจียน อาจเริ่มจากเลียปาก น้ำลายไหล ร้อง กระสับกระส่าย หรือซึม มาดูว่าเกิดจากการทรงตัวหรือความกังวลกันแน่ วิธีฝึกก่อนเดินทาง และเมื่อไหร่ควรพบสัตวแพทย์

น้องขึ้นรถได้ไม่กี่นาทีแล้วเริ่ม เลียปาก น้ำลายไหล ร้อง กระสับกระส่าย หรืออาเจียน แบบนี้มีโอกาสเป็น “เมารถ” ครับ แต่มีจุดที่คนมักสับสนคือ หมาเมารถกับหมากลัวรถเกิดพร้อมกันได้ และบางตัวเริ่มเครียดตั้งแต่รถยังไม่ออก เพราะจำได้ว่าขึ้นรถทีไรแล้วรู้สึกไม่ดี

บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะปัญหา เมารถ ว่าเกิดจากอะไร ดูอาการยังไง ป้องกันยังไง และเมื่อไหร่ควรคุยกับสัตวแพทย์ ไม่ซ้ำกับเรื่องตำแหน่งนั่งหรืออุปกรณ์ยึดตัว ซึ่งอ่านแยกได้ที่ พาหมานั่งรถยนต์ครั้งแรก ต้องทำยังไงให้นั่งรถปลอดภัย ครับ

ตอบแบบสั้น ๆ: ถ้าหมาเมารถ ควรทำอะไร?

  • อย่าฝืนขับยาวต่อ ถ้าน้องเริ่มคลื่นไส้ชัดเจน ให้หาจุดจอดที่ปลอดภัยและพัก
  • เริ่มฝึกใหม่จากทริปสั้น ให้รถกลับมาเป็นประสบการณ์ที่คาดเดาได้
  • ทำรถให้เย็น เงียบ และนั่งมั่นคง ใช้กรงหรืออุปกรณ์ยึดที่เหมาะสม
  • อย่าให้ยาแก้เมารถของคนเอง เพราะชนิดและขนาดยาต้องประเมินตามตัวน้อง
  • ถ้าเกิดซ้ำ ๆ หรืออาเจียนหนัก คุยกับสัตวแพทย์ก่อนทริปครั้งถัดไป

หมาเมารถเกิดจากอะไร?

อาการเมารถเกิดจากข้อมูลเรื่องการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่สมองได้รับไม่สอดคล้องกัน โดยเกี่ยวข้องกับ ระบบทรงตัวในหูชั้นใน ดวงตา และการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อสมองประมวลผลแล้วเกิดความขัดแย้ง จึงกระตุ้นอาการคลื่นไส้ น้ำลายไหล และอาเจียนได้

แต่สำหรับสุนัขมีอีกปัจจัยหนึ่งคือ ความกลัวและความกังวลเกี่ยวกับรถ ถ้าน้องเคยเมารถหรือมีประสบการณ์ไม่ดี เช่น ขึ้นรถทีไรไปคลินิกทุกครั้ง น้องอาจเริ่มร้อง น้ำลายไหล หรือกระสับกระส่ายตั้งแต่รถยังจอดอยู่

ลูกหมาเมารถง่ายกว่าหมาโตจริงไหม?

จริง ในภาพรวมครับ อาการเมารถพบในสุนัขอายุน้อยได้บ่อยกว่า เพราะระบบทรงตัวในหูชั้นในยังพัฒนาไม่เต็มที่ ลูกหมาหลายตัวจะดีขึ้นเมื่อโตขึ้นประมาณช่วงอายุ 1 ปี แต่ ไม่ใช่ทุกตัวจะหายเอง โดยเฉพาะถ้าเกิดความกลัวรถร่วมด้วย

ดังนั้นถ้าลูกหมาอาเจียนในทริปแรก ไม่ควรสรุปว่าน้อง “เดินทางไม่ได้” แต่ควรลดระยะและกลับไปฝึกใหม่ทีละขั้น อ่านต่อได้ที่ พาลูกหมาไปเที่ยวครั้งแรกได้เมื่อไหร่?

อาการเมารถ ไม่ได้มีแค่อาเจียน

สัญญาณคลื่นไส้อาจเริ่มก่อนอาเจียนนานพอสมควร ถ้าจับอาการได้เร็ว เราจะหยุดพักก่อนน้องทรมานมากขึ้นได้

  • เลียปากหรือกลืนน้ำลายบ่อย
  • น้ำลายไหลมากผิดปกติ
  • หาว ร้อง หรือคราง
  • กระสับกระส่าย เดินวน หรือหาที่นั่งไม่ได้
  • หอบ ทั้งที่รถไม่ได้ร้อน
  • ซึม ไม่ค่อยตอบสนอง
  • อาเจียน
  • บางตัวอาจถ่ายอุจจาระระหว่างเดินทาง

อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อการเคลื่อนที่หยุด แต่ถ้ายังอาเจียนต่อเนื่อง ซึมมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังลงจากรถ ควรหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเมารถทุกครั้งครับ

เมารถ หรือ “กลัวรถ” กันแน่?

เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูตาราง ↔

ลักษณะ นึกถึงอะไรได้มากกว่า
ปกติดีตอนรถจอด แต่เริ่มเลียปาก/น้ำลายไหลเมื่อรถเคลื่อน เมารถมีโอกาสมาก
เริ่มตัวสั่น หลบ หรือร้องตั้งแต่เห็นรถ ความกลัว/ความกังวลมีส่วนมาก
มีทั้งคลื่นไส้และตื่นกลัว อาจมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน

สุนัขบางตัวมีทั้งอาการคลื่นไส้จากการเคลื่อนไหวและความกังวลจากรถพร้อมกัน ถ้าแก้เฉพาะอาเจียนแต่ไม่แก้ความกลัว น้องก็อาจยังไม่อยากขึ้นรถอยู่ดีครับ

วิธีป้องกัน: ฝึกให้รถกลับมาเป็นเรื่องธรรมดา

  1. ขึ้นรถตอนจอด ให้ขนม นั่งสั้น ๆ แล้วลง
  2. เปิดเครื่องแต่ไม่เคลื่อน รอให้น้องสงบ
  3. ขับสั้นมาก เช่น รอบบ้าน แล้วกลับ
  4. ค่อยเพิ่มเวลา เมื่อรอบก่อนหน้าไม่เกิดอาการ
  5. พาไปสถานที่ดี ๆ บ้าง ไม่ให้รถเชื่อมกับคลินิกหรือเหตุการณ์เครียดอย่างเดียว

สมาคมโรงพยาบาลสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAHA) และ VCA ต่างแนะนำการฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปก่อนเดินทางไกล และไม่ควรใช้วิธี “ฝืนให้นั่งจนชิน” เพราะถ้าน้องยังคลื่นไส้หรือกลัวอยู่ การฝืนอาจทำให้การเชื่อมโยงกับรถแย่ลงครับ

จัดสภาพรถให้ช่วยลดอาการได้

  • รถเย็นและอากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบ
  • นั่งมั่นคง ใช้กรงหรือสายรัดนิรภัยตามขนาดและความเหมาะสม
  • ลดเสียงและสิ่งเร้า โดยเฉพาะน้องที่ตื่นง่าย
  • มีของกลิ่นคุ้นเคย เช่น ผ้าหรือเบาะจากบ้าน
  • ขับนุ่ม ลดการเร่ง เบรก และเข้าโค้งแรงเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย

เรื่องตำแหน่งนั่งและการยึดตัวแบบละเอียด ดูได้ที่ คู่มือพาหมานั่งรถยนต์ครั้งแรก ครับ

ก่อนขึ้นรถ ควรให้อาหารไหม?

เรื่องนี้ไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกตัวครับ สุนัขบางตัวอาจคลื่นไส้น้อยลงเมื่อไม่มีมื้อใหญ่ก่อนเดินทาง แต่การงดอาหารนานไม่เหมาะกับสุนัขทุกตัว โดยเฉพาะ ลูกหมา สุนัขตัวเล็กมาก หรือสุนัขที่มีโรคประจำตัว

ถ้าน้องเมารถบ่อย ให้ถามสัตวแพทย์เรื่อง เวลาและปริมาณอาหารก่อนเดินทาง ที่เหมาะกับตัวน้อง แทนการงดอาหารเองเป็นเวลานาน และควรมีน้ำสะอาดให้ระหว่างทริปตามความเหมาะสมครับ

ยาแก้เมารถมีไหม?

มีครับ แต่ควรใช้เมื่อสัตวแพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะกับน้อง มียาที่ใช้ลดคลื่นไส้/อาเจียน และในกรณีที่มีความกลัวรถมาก อาจมีการใช้ยาลดความกังวลร่วมกับการปรับพฤติกรรม

สิ่งที่ไม่ควรทำคือหยิบยาแก้เมารถหรือยากล่อมของคนให้เอง เพราะขนาดยา ข้อห้าม และผลข้างเคียงต่างกันตามน้ำหนัก อายุ โรคประจำตัว และยาที่น้องใช้อยู่

เมื่อไหร่ควรพาไปพบสัตวแพทย์?

  • อาเจียนทุกครั้งที่นั่งรถ แม้ฝึกทริปสั้นแล้ว
  • อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มเกิดแม้รถยังไม่เคลื่อน
  • มีอาการเสียการทรงตัว เอียงหัว เดินเซ หรือหูมีปัญหา
  • อาเจียนต่อเนื่องหลังลงจากรถ
  • ซึมมาก ไม่กินน้ำ หรือมีอาการขาดน้ำ
  • เป็นสุนัขสูงวัยและเพิ่งเริ่มเมารถทั้งที่เดิมไม่เคยเป็น

เพราะปัญหาหูชั้นกลาง/หูชั้นในหรือระบบทรงตัวบางชนิดสามารถทำให้อาการคล้ายเมารถหรือทำให้น้องไวต่อการเคลื่อนไหวมากขึ้นได้ครับ

ระหว่างทาง ถ้าเริ่มเมารถ ทำแบบนี้ก่อน

  1. หาจุดจอดที่ปลอดภัย
  2. ต่อสายจูงให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตู
  3. พาน้องพักในบริเวณสงบและอากาศถ่ายเท
  4. ให้น้ำปริมาณพอเหมาะเมื่อสงบลง
  5. ถ้าอาเจียนซ้ำหรือดูไม่ฟื้น อย่าฝืนไปต่อ

ถ้าเป็นทริปในไทย อย่าพักโดยทิ้งน้องไว้ในรถที่ดับเครื่อง กรมควบคุมโรคเตือนว่าอุณหภูมิในรถที่จอดกลางแจ้งสามารถสูงกว่าภายนอกได้มาก โดยเฉพาะฤดูร้อน จึงต้องแยกเรื่อง “เมารถ” ออกจาก “ร้อนเกินไป” ให้ดี เพราะอาการหอบ ซึม และอาเจียนอาจเกิดจากความร้อนได้เช่นกัน

ไปเช้าเย็นกลับหรือทางไกล แบบไหนเหมาะตอนกำลังแก้เมารถ?

เริ่มจาก ทริปสั้นและกลับง่าย ก่อนดีที่สุดครับ ถ้าน้องนั่งรถ 10–20 นาทีได้สบายแล้ว ค่อยเพิ่มเวลา ไม่ควรกระโดดจาก “รอบหมู่บ้าน” ไปเป็นขับ 5 ชั่วโมงทันที

ถ้าต้องไปค้างคืนหรือทางไกลจริง ๆ ให้เผื่อเวลาแวะพักมากกว่าปกติ และเตรียมของทำความสะอาด แผ่นรอง น้ำ และอาหารสำรองตาม Checklist พาหมาแมวไปเที่ยว

คำถามที่พบบ่อย

หมาเมารถจะหายเองไหม?

ลูกหมาหลายตัวดีขึ้นเมื่อโตขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกตัวครับ และถ้ามีความกลัวรถร่วมด้วย ต่อให้ระบบทรงตัวพัฒนาดีขึ้น น้องก็อาจยังเครียดกับรถได้ จึงควรฝึกควบคู่กัน

เปิดกระจกให้ลมเข้า ช่วยเมารถไหม?

รถควรเย็นและอากาศถ่ายเท แต่ไม่ควรให้น้องโผล่หัวออกนอกหน้าต่าง เพราะเสี่ยงบาดเจ็บจากเศษวัสดุและการกระโดดออก การใช้แอร์หรือการระบายอากาศในรถอย่างปลอดภัยเหมาะกว่าครับ

หมาอาเจียนครั้งเดียว ต้องไปหาหมอเลยไหม?

ถ้าเกิดเฉพาะตอนรถวิ่ง หยุดแล้วดีขึ้น และน้องกลับมาปกติ อาจเฝ้าดูและปรับการฝึกได้ แต่ถ้าอาเจียนซ้ำ ซึม ขาดน้ำ มีอาการทางระบบประสาท หรืออาการไม่หายหลังลงรถ ควรติดต่อสัตวแพทย์ครับ

ให้ยาก่อนรถออกทุกครั้งได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดยาและสาเหตุของอาการ ต้องใช้ตามแผนที่สัตวแพทย์กำหนด ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือใช้ยาของคนเอง โดยเฉพาะถ้าน้องมีโรคประจำตัวหรือกินยาอื่นอยู่

สรุป: เมารถแก้ได้หลายตัว แต่ต้องแยกว่า “คลื่นไส้” หรือ “กลัวรถ”

ถ้าน้องเลียปาก น้ำลายไหล กระสับกระส่าย หรืออาเจียนเมื่อรถเคลื่อน ให้คิดถึงอาการเมารถก่อน แต่ถ้าเริ่มกลัวตั้งแต่เห็นรถ ความกังวลอาจมีส่วนด้วย วิธีป้องกันที่สำคัญคือ เริ่มจากทริปสั้น ทำรถให้เย็นและนั่งมั่นคง ค่อย ๆ สร้างประสบการณ์ดี และปรึกษาสัตวแพทย์ถ้าอาการเกิดซ้ำหรือรุนแรง

เมื่อจัดการอาการได้แล้ว ค่อยขยับไปวางทริปจริงจาก คู่มือเที่ยวกับน้องหมา หรือหา ที่พัก Pet Friendly สำหรับทริปถัดไปได้ครับ 🐶🚗

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สินค้าที่เกี่ยวกับบทความนี้